สร้างฝายมีชีวิต จิตอาสา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 28 กุมภาพันธ์ 2562

Share Buttons

 
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเล่า สร้างฝายมีชีวิต จิตอาสา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริวัฒน์ โพธิเวชกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ สร้างฝายมีชีวิต ระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเล่า พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน เข้าร่วมงาน สร้างฝายมีชีวิต จิตอาสา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ในการสร้างฝายมีชีวิตครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปล่อยปลา ตอกเสาเข็มฝายมีชีวิต นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริวัฒน์ โพธิเวชกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และนายอนุชา เจริญรักษ์. นายอำเภอเมืองชัยภูมิ พร้อมด้วย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ นายก อบต.บ้านเล่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.บ้านเล่า โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมในการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของหมู่บ้าน ฝายมีชีวิตและได้รูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพแบบมีส่วนร่วมของหมู่บ้านเหมาะสมกับพื้นที่  ความรักสามัคคี ความมีระเบียบวินัย เข้าใจสิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น ภายใต้พื้นฐานของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รวมไปถึงสามารถต่อยอดความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนา  การจัดทำฝายสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งสามารถนำไปสู่การกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่มีความเหมาะสม โดยการนำภูมิปัญญา เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสมผสานกันได้เหมาะสมกับพื้น

ฝายน้ำมีชีวิต เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่เกิดจากกระบวนการคิด และภูมิปัญญาของท้องถิ่น มาสู่การสร้างฝายชะลอน้ำ โดยยกระดับน้ำให้สูงขึ้นมาระดับหนึ่ง และให้น้ำสามารถไหลผ่านสันฝาย หรือซึมลอดผ่านไปยังส่วนล่างได้ตลอดเวลา โดยหลักการนี้จะทำให้เกิดการไหลเวียน และเติมอากาศให้กับลำน้ำ ทำให้น้ำไม่หยุดนิ่ง เปรียบเสมือนน้ำมีชีวิต ที่ไม่เน่าเสียเหมือนกับฝายคอนกรีต หรือฝายกักน้ำโดยทั่วไป นอกจากนี้สัตว์น้ำ สามารถผ่านไปมาได้ เกิดการฟื้นฟูระบบนิเวศแบบเปิด จากการไหลของน้ำอยู่ตลอดเวลา ซึ่งได้พัดพาสารอาหาร เศษซากต่าง ๆ มาทับถมบริเวณด้านหน้าของฝาย และบริเวณโดยรอบ ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ให้กับให้กับสิ่งมีชีวิต อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลา และพืชน้ำต่าง ๆ รวมเป็นทั้งแหล่งเพาะ ขยายพันธุ์พืช และสัตว์ตามธรรมชาติ เป็นการเติมเต็มให้กับระบบนิเวศได้กลับมามีความสมดุล ที่มีความหลากหลายของชีวิต ไม่ว่าชีวิตของผู้คน ชีวิตสัตว์ ตลอดจนพืชพรรณต่าง ๆ ที่เกื้อหนุน ให้กับระบบนิเวศลำน้ำกลับมาเป็นลำน้ำของชีวิต ลำน้ำของธรรมชาติอย่างแท้จริงที่แฝงด้วยภูมิปัญญาและปรัชญาแห่งชีวิต

โครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ไม่ได้ศึกษาผลกระทบที่แท้จริง โดยขาดการคำนึงถึงระบบนิเวศ โดยเฉพาะนิเวศแหล่งน้ำแล้ว ย่อมส่งผลเสียระยะยาวที่ยากจะแก้ไข  บางครั้งการพัฒนาที่เริ่มต้นจากเงิน หรืองบประมาณก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความยั่งยืนเสมอไป ตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดความอ่อนแอ และทำลายความเชื่อมั่นที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม จนเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของผู้คนมานักต่อนัก จากโครงการขุดลอกลำน้ำที่

เปรียบเสมือนเส้นทางในการเร่งอัตราความเร็วในการไหลของน้ำเพิ่มขึ้น จนต้นน้ำหรือป่าต้นน้ำไม่สามารรถดูดซับ หรือลดความสามารถในการดูดซับน้ำต้นทางลดลง ส่งผลให้เกิดการไหลบ่าและน้ำท่วมอย่างรวดเร็วในฤดูฝน เพราะระบบการหน่วงถูกทำลาย นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง การแห้งขอดของลำน้ำต่าง ๆ ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นปรากฏการณ์เหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความเข้าใจในระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง จากการพัฒนากลับกลายเป็นการทำลายล้าง

การสร้างฝายมีชีวิต จึงเป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำ ที่อาศัยภูมิปัญญาโดยการชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง แต่ผลที่ได้กลับมีศักยภาพในการกักน้ำได้ตลอดทั้งปี จากหลักคิดง่าย ๆ คือใช้กลไกในการหน่วงการไหล โดยใช้วัสดุจากพื้นที่ จากธรรมชาติมาสร้างให้เกิดธารน้ำไหลที่ไม่เหือดแห้ง และคอยเติมน้ำให้เต็มอยู่ตลอดเวลา จากเหตุผลนี้เองจึงทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ เกิดการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม และภูมิอากาศที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตหรือเรียกว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ”  จนเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมดุล เป็นสายน้ำแห่งชีวิต และจิตวิญญาณของธรรมชาติกลับคืนมา

การสร้างฝายมีชีวิต หัวใจสำคัญ คือองค์ความรู้ทางธรรมชาติ ที่จะต้องเข้าใจดิน เข้าใจน้ำ และเข้าใจป่า ตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติที่ช่วยพยุง หรือสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “เข้าใจธรรมชาติ และเห็นใจระบบนิเวศ” ไม่นำสิ่งแปลกปลอมมาใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก ตะปู แต่จะใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น  ไม้ไผ่ ทราย เชือก เหล่านี้เป็นส่วนหลักในการสร้างฝายให้มีชีวิต แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ จิตวิญญาณของชาวบ้าน หรือชุมชนที่จะต้องให้กับฝายมีชีวิต คือความผูกพันต่อฝายน้ำแห่งนี้ โดยการร่วมแรง ร่วมใจ ในการก่อสร้างของคนในชุมชนเอง ที่จะต้องมองเห็นประโยชน์จากการเกิดขึ้นของฝายน้ำ เข้าใจวัตถุประสงค์ และปลายทางในการร่วมกัน ที่ต้องมีชีวิตผูกพัน เอื้ออาทรกับฝายน้ำแห่งชีวิตนี้ จนเกิดระบบการเกื้อกูล พึ่งพาอย่างไม่สิ้นสุด


เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายสาย การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน

พื้นที่ทำการเกษตร ส่วนใหญ่ปลูกข้าว ผลผลิตต่อไร่ ข้าวเจ้า 435.61 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวเหนียว 456 กิโลกรัม/ไร่
ตำบลบ้านเล่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน 8,217 บาท


ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน

แบ่งเขตการปกครอง เป็น 11 หมู่บ้าน
ประกอบด้วยหมู่บ้าน หมู่1 บ้านเสี้ยวน้อย , หมู่2 บ้านเล่า , หมู่3 บ้านเสี้ยวใหญ่ , หมู่4 บ้านหนองแวง , หมู่4 บ้านโพธิ์น้อย , หมู่5 บ้านโนนทัน , หมู่6 บ้านโพธิ์ใหญ่ , หมู่7 บ้านม่วง , หมู่8 บ้านกุดสวง , หมู่10 บ้านโนนสะอาด , หมู่11 บ้านเสี้ยวน้อยพัฒนา

จำนวนประชากรใน ตำบลบ้านเล่า
จำนวนหลังคาเรือน : 1,475 หลังคาเรือน
จำนวนประชากร : 6,209 คน จำนวนผู้สูงอายุ : 820 คน
จำนวนเด็กแรกเกิด ถึง 6 ปี : 316 คน จำนวนผู้สูงอายุ ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง : 86 คน
จำนวนสตรีตั้งครรภ์ : 19 คน จำนวนผู้สูงอายุ ที่ช่วยตนเองไม่ได้ : 5 คน
จำนวนสตรีอายุ 35 ปี ขึ้นไป : 1,939 คน จำนวนผู้พิการ : 242 คน
สถานที่น่าสนใจใน ตำบลบ้านเล่า
หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ จำนวน 1 แห่ง
สถานศึกษา จำนวน 6 แห่ง
ศูนย์รวมการซื้อ-ขาย จำนวน 0 แห่ง
การเดินทาง/การคมนาคม จำนวน 0 แห่ง
สถานบริการด้านสุขภาพ จำนวน 2 แห่ง
การเงิน/การลงทุน จำนวน 0 แห่ง
กีฬา จำนวน 0 แห่ง
สถานที่ท่องเที่ยว จำนวน 0 แห่ง
สถานบริการด้านความบันเทิง จำนวน 0 แห่ง
สถานีบริการเชื้อเพลิง จำนวน 0 แห่ง
ที่พัก จำนวน 0 แห่ง
อาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 1 แห่ง
ศาสนสถาน จำนวน 7 แห่ง
อื่นๆ จำนวน 0 แห่ง
รวมทั้งหมด จำนวน 17 แห่ง

รหัสไปรษณีย์ของ ตำบลบ้านเล่า
ต.บ้านเล่า 36000

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *