คณะครุศาสตร์

Share Buttons

คณะครุศาสตร์

ประวัติคณะครุศาสตร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาไว้ว่า “งานด้านการศึกษา เป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาติ เพราะความเจริญและความเสื่อมของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องจัดการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร วันที่ 12 ธันวาคม 2512 นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชยังทรงมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาว่า “มหาวิทยาลัย มุ่งสั่งสอนนักศึกษาให้เป็นคนเก่ง ซึ่งเป็นการดีแต่นอกจากจะสอนให้เก่งแล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะอบรมให้ดีพร้อมกันไปด้วย ประเทศเราจึงจะได้คนที่มีคุณภาพพร้อม คือ ทั้งเก่งและทั้งดีมาเป็นกำลังของบ้านเมือง ผู้ที่เป็นครูอาจารย์นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ความรู้ในทางวิชาการ และในทางการสอนเท่านั้นจะต้องรู้จักอบรมเด็กทั้งในด้านศีลธรรมจรรยาและวัฒนธรรม รวมทั้งให้มีความสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ด้วย”รวมถึงพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ครูใหญ่ และนักเรียน ณ ศาลา ดุสิดาลัยพระราชวังดุสิต วันที่ 22 กรกฎาคม 2520 ความว่า “การศึกษาเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการพัฒนาความรู้ความคิดความประพฤติ ทัศนคติ ค่านิยมและคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็น พลเมืองดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เมื่อบ้านเมืองประกอบไปด้วยพลเมืองที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ การพัฒนาประเทศชาติก็ย่อมทำให้ได้โดยสะดวกราบรื่นได้ผลที่แน่นอน และรวดเร็ว ซึ่งเป็นบทบาทของผู้ที่มีหน้าที่เป็นครู จะต้องนึกถึงความรับผิดชอบ เพราะว่าถ้าเป็นครูแล้วลูกศิษย์จะต้องนับถือได้ ต้องวางตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นครู ไม่ใช่วางตัวอย่างหนึ่งแล้วมาสอนอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งครูที่แท้จริงนั้น ต้องเป็นผู้ทำแต่ความดี คือ ต้องขยันหมั่นเพียรและอุตสาหะ  พากเพียร ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละ ต้องหนักแน่นอดทน และอดกลั้น สำรวมระวังความประพฤติปฏิบัติของตน ให้อยู่ในระเบียบ แบบแผนที่ดีงาม รวมทั้งต้องซื่อสัตย์ รักษาความจริงใจ วางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ ครูนั้นจะต้องให้ความรู้แก่เด็ก ด้วยความเมตตา ด้วยความหวังดี คือ ด้วยความเมตตาต่อผู้ที่เป็นลูกศิษย์ และด้วยความหวังดี ต่อส่วนรวม เพราะถ้าส่วนรวมประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ดี ส่วนรวมก็ไปรอด ครูจะต้องตั้งใจในความดีอยู่ตลอดเวลา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเท่าไร ก็จะต้องอดทนเพื่อพิสูจน์ว่า ครูนี้เป็นที่เคารพสักการะได้ แต่ถ้าครูไม่ตั้งตัวใน ศีลธรรม ถ้าครูไม่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่เด็กจะเคารพได้อย่างไร…” ดังนั้นบุคคลที่จะทำให้การศึกษาบรรลุตามเป้าหมายตามพระราชบัญญัติ คือ “ครู”

ครูจึงเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ระบบการศึกษาตลอดจน การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ประเทศไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของครูให้มีสมรรถนะและมีความสามารถที่เพียงพอต่อการเป็นหนึ่งใน “เสาหลัก” แห่งการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด โดยได้มีการปฏิรูประบบการศึกษาไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา โดยเป็นการปฏิรูปครูทั้งระบบตั้งแต่ระบบการผลิตครู  การพัฒนาครู การควบคุมวิชาชีพ เป็นการพัฒนาความสามารถด้านการสอน โดยการจัดการองค์ความรู้ที่จะสอนอย่างมีคุณภาพทั้งใน การพัฒนาความรอบรู้ ในเนื้อหาสาระของวิชาที่จะสอนอย่างลึกซึ้ง การจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญการอบรมพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกาย สุขภาพจิตเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อย่างมีระบบการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนคิดเป็นทำเป็น และแก้ปัญหาได้ มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อการจัดการความรู้และมีการวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียนจากผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงการดำรงชีวิตอย่างมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพโดยการเป็นผู้ที่มีวินัย ตรงต่อเวลา ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกาของสังคมมีความประพฤติที่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะ มีมารยาทและเป็นมิตรกับลูกศิษย์ ตามบทบาทและสถานการณ์ ทางวาจา สุภาพ จริงใจและสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดกำลังใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และทางใจ มีความเมตตา กรุณากตัญญูกตเวที ซื่อสัตย์สุจริต มีความเป็นกัลยาณมิตร อดทน มีอุดมการณ์เพื่อส่วนรวมตลอดจนดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมกับฐานะ และมีความรักศรัทธาและยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพ สถาบันการผลิตครูจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในฐานะหน่วยผลิตครูตอบสนองต่อการปฏิรูปการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งมีรากฐานจากวิทยาลัยครูหรือสถาบันราชภัฏเดิมที่กระจายตัวตั้งอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศรวม 40 แห่ง

เมื่อปี พ.ศ. 2540 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณให้ดำเนินโครงการจัดตั้งเป็นสถาบันราชภัฏชัยภูมิ และ พ.ศ. 2544 โครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏชัยภูมิได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งเป็นสถาบันราชภัฏชัยภูมิ โดยมีการจัดการศึกษาในโปรแกรมวิชาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 4 ปี) สาขาวิชาการประถมศึกษาในโครงการพัฒนาครูประจำการที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้หลักสูตรกลางของสภาสถาบันราชภัฎ

พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏได้รับการยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ” ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และในปี พ.ศ. 2548 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวง เรื่องการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จึงได้เกิดการจัดตั้ง “ภาควิชาคณะครุศาสตร์และศิลปศาสตร์” คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อจัดการศึกษาในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.)

ในปี พ.ศ. 2556 สภามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้ประกาศให้ “คณะครุศาสตร์” เป็นส่วนราชการภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ปีการศึกษา 2556 – 2557 คณะครุศาสตร์ มีการจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรี 5 ปี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต จำนวน 7 สาขาวิชา ประกอบด้วย 1) สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย2) สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 3) สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 4) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป 5) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 6) สาขาวิชาภาษาไทย และ7) สาขาวิชาพลศึกษา

ปีการศึกษา 2558 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ มีการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารหลักสูตรและการจัดการศึกษา คณะครุศาสตร์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลและรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก ดังนี้

1. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.)  จำนวน 7 สาขาวิชา ประกอบด้วย 1) สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย2) สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 3) สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 4) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
5) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 6) สาขาวิชาภาษาไทย และ7) สาขาวิชาพลศึกษา

2. หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.)  จำนวน 4 สาขาวิชา ประกอบด้วย 1) สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 2) สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา 3) สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 4) สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา

3. หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ค.ด.)  จำนวน 2 สาขาวิชา ประกอบด้วย 1) สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2)  สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา

ปัจจุบัน คณะครุศาสตร์ จัดอยู่ใน “กลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์” ดำเนินการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งสิ้น 12 หลักสูตร (หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.) สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ดำเนินการปิดหลักสูตรอย่างมีเงื่อนไข) จำแนกเป็นระดับปริญญาตรี 7 หลักสูตร ระดับปริญญาโท 3 หลักสูตร และระดับปริญญาเอก 2 หลักสูตร มีนักศึกษาครูระดับปริญญาตรีในปีการศึกษา 2558 มีจำนวนกว่า 2,500 คน

ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ

ปรัชญา (Philosophy)         :            มีความรู้มาตรฐาน สร้างจิตวิญญาณความเป็นครู นำความรู้สู่ผู้เรียน

 

วิสัยทัศน์ (Vision)            :           เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยยึดหลักธรรมภิบาลเพื่อผลิตครูมืออาชีพสู่สังคมภายในปี 2562

 

พันธกิจ (Mission)          :           

  1. ส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย
  2. ผลิตบัณฑิตวิชาชีพครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา
  3. ส่งเสริมการบริหารและการจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
  4. สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการทำนุ บำรุงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น